“กูเกิลแมพ”ขอลองของ แก้ปัญหา”รถติดเมืองกรุง”

มีตัวช่วยแก้รถติดทันใจ บช.น.จับมือกูเกิลแมพใช้เทคโนโลยีไฮเทคบอกสาเหตุ,ความเร็วรถพร้อมเส้นทางเลี่ยง เผยทดลองใช้ในมาเลเซียและอินโดนีเซียช่วยบรรเทาปัญหาได้ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ดูแลงานจราจร กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับบริษัทกูเกิลเพื่อนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร

ว่า  เนื่องจากบริษัทกูเกิลได้พัฒนาระบบกูเกิลแมพ (google maps)ที่เป็นฟั่งก์ชันบอกเส้นทางและสภาพการจราจรอยู่ปัจจจุบันนี้ ให้มีความหลากหลายและมีความทันสมัยทันต่อสภาพการจราจรมากยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันที่จะพัฒนาขึ้นมาใหม่นั่นนอกเหนือจากการแจ้งสภาพการจราจรแต่ละเส้นทางแล้ว จะมีการบอกว่าแต่ละเส้นทางการจราจรหนาแน่นเพียงใด ใช้ความเร็วได้มากแค่ไหนหากวิ่งผ่าน พร้อมทั้งแจ้งกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อสภาพการจราจร แจ้งอุบัติเหตุบนถนน และแจ้งเส้นทางเลี่ยงด้วย โดยที่ผ่านมากูเกิลได้ทดสอบระบบดังกล่าวที่ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย  ซึ่งเป็นประเทศที่มีสภาพการจราจรติดขัดไม่ต่างจากพื้นที่กรุงเทพมหาานครมากนัก  และจากการทดลองพบว่ารถที่วิ่งในทั้งสองประเทศสามารถทำความเร็วได้ดีขึ้น 7-10 นาที นอกจากนี้ยังมีการทำฟังก์ชันดังกล่าวไปทดลองใช้กับประเทศบราซิลช่วงที่มีการจัดงานโอลิมปิคซึ่งก็พบว่าการจราจรติดขัดน้อยลงแม้ว่าจะมีรถเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวต่อว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)เห็นว่าแอปพลิเคชั่นดังกล่าวจะสามารถนำมาแก้ปัญหารถติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ ซึ่งบช.น.และบริษัทเอกชนจะมีการทำงานร่วมกันเพื่อที่พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรให้สามารถใช้ระบบดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะหากเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรทุกสน.ใช้ระบบกูเกิลแมพแบบใหม่ก็จะให้ทราบปัญหาการจราจรในเส้นทางที่ดูแลรับผิดชอบได้ไวขึ้น ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนทราบข้อมูลข่าวสารการจราจรได้รวดเร็วกว่าปัจจุบัน เพราะจะทำให้มองเห็นข้อมูลปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรมากขึ้น ทำให้สามารถเลี่ยงเส้นทางหรือใช้ทางอื่นได้เร็วขึ้นด้วยทั้งนี้ระบบดังกล่าวจะเป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากระบบกูเกิลแมพเดิมแต่จะมีความทันสมัยและรอบรู้ปัญหาการจราจรมากกว่าการแจ้งเส้นสีเพื่อบอกสภาพรถติด  อย่างไรก็ตามบช.น.เห็นว่าฟังก์ชั่นดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อการบริหารจัดระบบการจราจรเป็นอย่างมาก ซึ่งบริษัทเอกชนได้แจ้งว่าตำรวจราจรหรือประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้ฟังก์ชันดังกล่าวได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นโดยทาง บช.น.ก็จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรไปเรียนรู้ระบบและอบรมกับกูเกิลเช่นกัน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews