จีนตั้งกำแพงภาษีถั่วเหลืองสหรัฐ 25%

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนร้อนระอุขึ้นอีก เมื่อรัฐบาลปักกิ่งประกาศกำแพงภาษี 25% กับสินค้าสหรัฐเพิ่มอีก 106 รายการรวมถึงถั่วเหลือง ด้านสมาคมผู้ส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐเรียกร้องรัฐบาลเร่งหาทางคลี่คลายสถานการณ์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ ว่ารัฐบาลปักกิ่งจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอีก 106 รายการ

ในอัตรา 25% รวมมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.5 ล้านล้านบาท ) ครอบคลุมรถยนต์ อากาศยานและเคมีภัณฑ์ ตลอดจนสินค้าเกษตรที่รวมถึงถั่วเหลือง ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ฝ้าย ข้าวสาลี ส้มสด และเนื้อวัวแช่แข็ง โดยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ว่ากำแพงภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เพียง 2 วัน รัฐบาลปักกิ่งประกาศตั้งกำแพงภาษีในอัตราระหว่าง 15% ถึง 25% ครอบคลุมสินค้า 128 รายการ รวมมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 93,600 ล้านบาท ) ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรที่รวมถึงถั่วเปลือกแข็ง ผลไม้แห้ง ผลไม้สด เนื้อหมูแช่แข็ง และไวน์ เพื่อตอบโต้กำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐ ในอัตรา 25% และ 10% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ต่อมาเพียงวันเดียวรัฐบาลวอชิงตันเผยรายชื่อสินค้าของจีน 1,300 รายการ ที่จะต้องเผชิญกับกำแพงภาษี 25% รวมมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ครอบคลุมตั้งแต่ส่วนประกอบของยานพาหนะ ส่วนประกอบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์หรือสารกึ่งตัวนำ และผลิตภัณฑ์ด้านเวชภัณฑ์ เพื่อตอบโต้ที่จีนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ อนึ่ง เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังรัฐบาลปักกิ่งประกาศกำแพงภาษีถั่วเหลือง ราคาสัญญาซื้อขายถั่วเหลืองล่วงหน้าในตลาดชิคาโก ประจำเดือนพ.ค. ตกลงทันที 4.2% เช่นเดียวกับสถานการณ์ในตลาดข้าวโพดและข้าวสาลีซึ่งปั่นป่วนอย่างหนัก เนื่องจากปัจจุบันจีนเป็นตลาดถั่วเหลืองและน้ำมันจากเมล็ดพืชรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 436,800 ล้านบาท ) เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่สมาคมผู้ส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐออกแถลงการณ์แสดง “ความผิดหวัง” และเรียกร้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เร่งแก้ไขสถานการณ์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews