“หกล้มในผู้สูงอายุ” เราป้องกันได้

ในปี 2561 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุสูงถึง 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดและมากกว่าประชากรเด็ก โดยจะมีประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) มากถึง 11,770,000 คน และประชากรผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) จำนวน 7,919,000 คน (ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2561) การที่มีผู้สูงอายุมากขึ้นทำให้มีปัญหาต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพกาย ซึ่งเกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกาย และโรคเรื้อรังต่างๆ

ซึ่งปัญหาด้านสุขภาพกายที่พบบ่อยในผู้สูงอายุก็คือ “การหกล้ม”จากการเก็บข้อมูล พบว่าการหกล้มในผู้สูงอายุเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 รองจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2557) ซึ่งผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะหกล้มร้อยละ 30 และผู้สูงอายุเกิน 80 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงมากถึงร้อยละ 50 ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากเลยทีเดียว สาเหตุของโรค มีดังนี้ปัจจัยภายใน ปัญหาด้านร่างกาย ความเสื่อมตามธรรมชาตินี้เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งชายและหญิง โดยพบว่า การเดิน การทรงตัวของผู้สูงอายุจะช้าลงเวลาเดินอาจจะเซได้ เพราะกระดูกของผู้สูงอายุเริ่มบาง ข้อเริ่มเสื่อม ขาอ่อนแรง ซึ่งความเสื่อมนี้จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของแต่ละคน ใครที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ดูแลสุขภาพเป็นประจำ ก็จะเสื่อมช้าลงกว่าคนอื่น ปัญหาด้านสายตา ผู้สูงอายุจะมีปัญหาเรื่องต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม หากได้รับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่แรก ก็สามารถรักษาให้หายหรือประคับประคองไม่ให้สายตาแย่ลงไปกว่านี้ได้ โรคเรื้อรังต่างๆ ถ้ามีอาการเจ็บป่วยควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กว่าตนเองมีโรคเรื้อรัง หรือโรคแทรกซ้อนหรือไม่อย่างไร การกินยา หากผู้สูงอายุกินยาเกิน 4 ชนิด ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ยามีปฏิกิริยาต่อกันและมีโอกาสที่จะหกล้มได้ปัจจัยภายนอก แสงสว่าง หากแสงภายในบ้านสว่างไม่เพียงพอ ก็มีความเสี่ยงที่ผู้สูงอายุจะหกล้มได้ ภายในบ้าน ไม่ควรมีพื้นต่างระดับมากเกินไป พื้นควรเรียบเสมอกันตลอดทั้งบ้าน พื้นลื่น เป็นสาเหตุให้ผู้สูงอายุหกล้มได้ การใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการหกล้มได้ เช่น การใส่รองเท้าส้นสูง ควรหารองเท้าที่เหมาะสม สวมใส่สบาย และพื้นไม่ลื่น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth